aeknitiinterlaw

  • สิทธิ “การลา” ตามกฎหมายแรงงานประเทศไทย

    สิทธิ “การลา” ตามกฎหมายแรงงานประเทศไทย

    ลาป่วย ลูกจ้าง ลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง การลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไปนายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองของแพทย์หรือของสถานพยาบาลของทางราชการได้ หากลูกจ้างไม่อาจแสดงได้ให้ลูกจ้างชี้แจงให้นายจ้างทราบ วันที่ลูกจ้างไม่อาจทำงานได้เนื่องจากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยซึ่งเกิดจาก การทำงาน ส่วนวันลาเพื่อคลอดบุตรไม่ถือเป็นวันลาป่วย  การลาป่วยลูกจ้างจะได้รับค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานปกติตลอดระยะเวลาที่ลาแต่ไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี ซึ่งการลาป่วยตั้งแต่วันที่ 31 เป็นต้นไปลูกจ้างจะไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้าง  ลาคลอด พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 41 ประกอบมาตรา 59 กำหนดให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์สามารถลาคลอดบุตรได้ครรภ์หนึ่งไม่เกิน 98 วันโดยให้นับรวมวันหยุดที่มีในระหว่างวันลา  สิทธิการลาคลอดนี้พนักงานสามารถที่จะลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดบุตร การคลอดบุตรและพักฟื้นหลังคลอดบุตร โดยพนักงานจะได้รับค่าจ้างจากองค์กรไม่เกิน 45 วัน ลาเพื่อทำหมัน ลูกจ้าง มีสิทธิ์ลาเพื่อทำหมันได้และมีสิทธิ์ลาเนื่องจากการทำหมันตามระยะเวลาที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งกำหนด และออกใบรับรองให้โดยลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างในวันลานั้นด้วย ลากิจ ลูกจ้างมีสิทธิ์ลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ซึ่งตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 34 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ปีละไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลากิจเพื่อกิจธุระอันจำเป็น เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกิน 3 วันทำงาน เนื่องจากการลากิจธุระอันจำเป็น เป็นสิทธิพื้นฐานที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดสิทธิให้ลูกจ้างทุกประเภทมีสิทธิลากิจได้ แม้จะเป็นลูกจ้างทดลองงาน ลูกจ้างรายวันและลูกจ้างประเภทอื่น ย่อมได้รับความคุ้มครองตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งกรณีพนักโรงแรมแห่งหนึ่งที่ไม่สามารถลาไปดูใจแม่ที่ป่วยและเสียชีวิตในเวลาต่อมานั้น เข้าข่ายของการลากิจ ตามที่กระทรวแรงงานออกมาชี้แจงพร้อมเร่งสอบข้อเท็จจริงจากนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนทางนายจ้างให้ข้อมูลล่าสุดว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง…

  • การประทับฟ้อง คือการ”รับฟ้องไว้พิจารณาต่อไป โดยการที่ศาลมีคำสั่งให้รับคำฟ้องไว้พิจารณา หลังจากที่ศาลพิเคราะห์แล้ว ซึ่งอาจจะโดยไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ลงความเห็นว่า คดีที่ฟ้องนั้นมีมูลพอที่จะว่ากล่าวตัดสินให้ได้คำว่า “ประทับฟ้อง” ในภาษาไทยนั้น มีเบื้องหลังมาจากวิธีพิจารณาคดีตามกฎหมายไทยแต่โบราณ คือ พระธรรมศาสตร์ หรือที่ในสมัยต่อมาได้รับการประชุมเข้าเป็น ประชุมกฎหมายรัชกาลที่ 1 ซึ่งมาตรา 1 แห่งพระธรรมนูญ

    การประทับฟ้อง คือการ”รับฟ้องไว้พิจารณาต่อไป โดยการที่ศาลมีคำสั่งให้รับคำฟ้องไว้พิจารณา หลังจากที่ศาลพิเคราะห์แล้ว ซึ่งอาจจะโดยไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ลงความเห็นว่า คดีที่ฟ้องนั้นมีมูลพอที่จะว่ากล่าวตัดสินให้ได้คำว่า “ประทับฟ้อง” ในภาษาไทยนั้น มีเบื้องหลังมาจากวิธีพิจารณาคดีตามกฎหมายไทยแต่โบราณ คือ พระธรรมศาสตร์ หรือที่ในสมัยต่อมาได้รับการประชุมเข้าเป็น ประชุมกฎหมายรัชกาลที่ 1 ซึ่งมาตรา 1 แห่งพระธรรมนูญ

    ปรึกษาปัญหากฎหมาย บริษัท เอกนิติอินเตอร์ลอว์ จำกัด โทร 081-824-5999 เอกนิติอินเตอร์ลอว์ AEKNITIINTERLAW สาระกฎหมายน่ารู้ กดไลน์ กดแชร์ กดซับสไคร จะได้ไม่พลาด เก็บความรู้ดีๆเกี่ยวกับกฎหมาย

  • ความรู้พกพาอาวุธปืนพกปืนไม่ผิดกฎหมาย มีหลักเกณฑ์ 3 ประการ

    ความรู้พกพาอาวุธปืนพกปืนไม่ผิดกฎหมาย มีหลักเกณฑ์ 3 ประการ

    1ต้องเป็นอาวุธปืนของตน ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ได้ตามกฎหมาย 2มีใบพกพาทั่วราชอาณาจักร หรือในเขตจังหวัด 3มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ กรณีที่ใช้ปืนได้ไม่ผิดกดหมาย 1 ป้องกันตัวหรือทรัพย์สิน 2 การกีฬา 3 การยิงสัตว์ โทษของการพกปืนมีความผิดมีดังนี้ 1 พกปืนเถื่อน…

  • คนมีบ้าน มีที่ดิน ควรรู้เอาไว้! ภาระจำยอมคืออะไร?ข้อกฎหมายสำคัญของคนมีทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์

    คนมีบ้าน มีที่ดิน ควรรู้เอาไว้! ภาระจำยอมคืออะไร?ข้อกฎหมายสำคัญของคนมีทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์

    ภาระจำยอมคืออะไร?ภาระจำยอม คือ ผืนหรือแปลงที่ดิน ซึ่งจะต้องตกเป็น ”ภาระ” เพื่อให้ผู้อื่นใช้ประโยชน์ในที่ดินของตน โดยเป็นสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ประเภทหนึ่งที่ถูกกำหนดขึ้นโดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทั้งนี้มีรายละเอียดระบุไว้ในหลายมาตรา ซึ่งโดยหลักแล้วถูกบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๘๗ ความว่า “อสังหาริมทรัพย์อาจต้องตกอยู่ในภาระจำยอมอันเป็นเหตุให้เจ้าของต้องยอมรับกรรมบางอย่างซึ่งกระทบถึงทรัพย์สินของตน หรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันมีอยู่ในกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินนั้น เพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อื่น”ทั้งนี้ ภาระจำยอมนั้นประกอบไปด้วยอสังหาริมทรัพย์…

  • ซื้อของออนไลน์โดนโกงต้องทำแบบนี้

    ซื้อของออนไลน์โดนโกงต้องทำแบบนี้

    หลายคำเตือนว่าจะซื้อของออนไลน์ก็ต้องศึกษาข้อมูลสินค้าให้ดีก่อนซื้อตรวจเช็คร้านค้นว่ามีการจดทะเบียนกับหน่วยงานรัฐหรือเปล่า เครดิตร้านค้าที่จะซื้อเป็นอย่างไร มีความน่าเชื่อถือพอที่จะท าการซื้อสินค้าหรือไม่ แต่หลายครั้งหลายคนก็ยังเจอร้านค้าหรือคนขายที่มีเจตนาที่ไม่สุจริต หลอกโอนเงินหรือหลอกให้จ่ายเงินปลายทางแล้วได้สินค้าที่มีตำหนิบ้าง ของปลอมหรือของไม่ตรงปกมาแทน หนักสุดบางร้านหนีหายไม่ส่งของมาให้ก็มี หากเกินเหตุการณ์แบบนี้แล้วไม่สามารถติดต่อร้านค้าไกล่เกลี่ยกันได้ เราจะต้องด าเนินการอย่างไรต้องเตรียมหลักฐานอะไรบ้างเพื่อนำไปแจ้งความดำเนินคดี โดยในขั้นแรกให้รวบรวมหน้าโปรไฟล์ของร้านค้าลิงก์ URL ของเว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดียต่างๆ…

  • สิทธิของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ : หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์

    สิทธิของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ : หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์

    “ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจําเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคําพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทําความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทําความผิดมิได้” เป็นถ้อยคำของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน มาตรา 29 วรรค 2 ที่รับรองหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ (presumption of innocence) ว่าเป็นหนึ่งในสิทธิของปวงชนชาวไทย หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ ตั้งแต่ฉบับปี พ.ศ. 2492 เป็นต้นมา เพียงแต่เขียนข้อความสั้นยาวต่างกันยกเว้นแต่ช่วงที่ใช้ธรรมนูญการปกครองชั่วคราวหลังรัฐประหารไม่ปรากฏหลักการนี้โดยภาพรวมน่าจะถือได้ว่าหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์เป็นธรรมเนียมในรัฐธรรมนูญของประเทศไทยได้แล้ว นอกจากนี้ หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในหลักสิทธิมนุษยชนสากลที่ปรากฏในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งมีประเทศไทยกับอีก 172 ประเทศทั่วโลกเป็นภาคีอีกด้วย ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปวางองค์ประกอบของสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานว่าบริสุทธิ์ไว้3 ข้อ 1. ผู้พิพากษาไม่ควรมีความคิดเอนเอียงไปว่าจำเลยได้กระทำความผิด หมายถึง ศาลที่พิจารณาคดีอาญาจะต้องฟังความทั้งฝ่ายโจทก์จำเลยอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่คิดล่วงหน้าไปว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด 2. ภาระการพิสูจน์ตกอยู่กับฝ่ายโจทก์ ในคดีอาญา โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิด จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้กระทำความผิด โจทก์มีภาระต้องพิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่าจำเลยกระทำความผิด หากพิสูจน์ไม่ได้ ศาลจะยกฟ้องปล่อยตัวจำเลย 3. หากมีข้อสงสัย จำเลยจะได้รับประโยชน์นั้น ในการตัดสินคดีแพ่งหรือคดีอื่น หากฝ่ายใดมีพยานหลักฐานโน้มน้าวให้ศาลเชื่อมากกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ศาลจะให้ฝ่ายนั้นเป็นผู้ชนะคดี แต่ในคดีอาญา แม้จำเลยไม่มีพยานหลักฐานใดๆ เลยที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน แต่โจทก์นำเสนอหลักฐานได้ไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะทำให้ศาลเชื่อว่าจำเลยกระทำความผิด ศาลจะยกฟ้องปล่อยตัวจำเลย เพราะจำเลยได้รับประโยชน์จากความสงสัย ***ปรึกษาปัญหากฎหมาย บริษัท เอกนิติอินเตอร์ลอว์ จำกัด โทร 081-8245999*** #เอกนิติอินเตอร์ลอว์ #AEKNITIINTERLAW #สาระกฎหมายน่ารู้

  • ฟ้องแย้ง ในกฎหมายแปลว่าอะไร

    ฟ้องแย้ง ในกฎหมายแปลว่าอะไร

    ฟ้องแย้ง คือ คำฟ้องอย่างหนึ่ง แต่เป็น คำฟ้อง ที่ฟ้องมาในคำให้การ (เนื่องจาก ป.วิ.แพ่ง มาตรา 177 วรรคสาม) กำหนดว่า “จำเลยจะฟ้องแย้งมาในคำให้การก็ได้ แต่ถ้าฟ้องแย้งนั้นเป็นเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับ ฟ้องเดิม…

  • ครอบครองปรปักษ์ 10 ปีจะได้สิทธิ์ครอบครอง

    ครอบครองปรปักษ์ 10 ปีจะได้สิทธิ์ครอบครอง

    หมายถึง การที่บุคคลได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของผู้อื่น โดยการครอบครองตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382[1] ซึ่งได้บัญญัติว่า “บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์” การที่บุคคลจะได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์จะต้องปรากฏว่าทรัพย์สินนั้นเป็นทรัพย์สินของผู้อื่นที่เจ้าของจะต้องมีหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์…

  • นักโทษผู้รอการประหารยาวนานที่สุดในโลก

    นักโทษผู้รอการประหารยาวนานที่สุดในโลก

    เมื่อปี 1968 ศาลของญี่ปุ่นมีคำพิพากษาให้นายอิวาโอะ ฮาคามาดะ มีความผิดฐานฆาตกรรมเหยื่อ 4 ราย ซึ่งได้แก่นายจ้างของเขา รวมทั้งภรรยาและลูกของนายจ้างที่เป็นเด็กวัยรุ่นอีกสองคน โดยศาลตัดสินให้ฮาคามาดะต้องรับโทษประหารชีวิต ซึ่งเขาใช้เวลารอคอยการลงโทษทัณฑ์ในเรือนจำนานถึง 46 ปี หรือเกือบครึ่งศตวรรษ ก่อนศาลจะกลับคำตัดสินให้เขาพ้นผิดในที่สุด ฮาคามาดะได้รับการล้างมลทิน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ศาลเพิ่งอนุญาตให้มีการไต่สวนพิจารณาคดีใหม่อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าพนักงานสอบสวนได้สร้างหลักฐานเท็จ เพื่อให้เขาต้องรับโทษในฐานะฆาตกรคดีฆ่ายกครัว 4 ศพ อย่างไรก็ตาม การรอคอยเพื่อรับโทษประหารเป็นเวลานานหลายสิบปี ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสภาพจิตใจของฮาคามาดะ จนเขาไม่อาจจะเข้ารับการไต่สวนพิจารณาคดีครั้งล่าสุดในศาลได้ แม้ว่าครั้งนี้ศาลจะมีคำพิพากษาให้เขาพ้นผิดก็ตาม คดีของฮาคามาดะเป็นหนึ่งในมหากาพย์ทางกฎหมายอันโด่งดังและดำเนินมายาวนานที่สุดของญี่ปุ่น 

thTH