Uncategorized
-

สิทธิของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ : หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์
“ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจําเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคําพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทําความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทําความผิดมิได้” เป็นถ้อยคำของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน มาตรา 29 วรรค 2 ที่รับรองหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ (presumption of innocence) ว่าเป็นหนึ่งในสิทธิของปวงชนชาวไทย หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ ตั้งแต่ฉบับปี พ.ศ. 2492 เป็นต้นมา เพียงแต่เขียนข้อความสั้นยาวต่างกันยกเว้นแต่ช่วงที่ใช้ธรรมนูญการปกครองชั่วคราวหลังรัฐประหารไม่ปรากฏหลักการนี้โดยภาพรวมน่าจะถือได้ว่าหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์เป็นธรรมเนียมในรัฐธรรมนูญของประเทศไทยได้แล้ว นอกจากนี้ หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในหลักสิทธิมนุษยชนสากลที่ปรากฏในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งมีประเทศไทยกับอีก 172 ประเทศทั่วโลกเป็นภาคีอีกด้วย ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปวางองค์ประกอบของสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานว่าบริสุทธิ์ไว้3 ข้อ 1. ผู้พิพากษาไม่ควรมีความคิดเอนเอียงไปว่าจำเลยได้กระทำความผิด หมายถึง ศาลที่พิจารณาคดีอาญาจะต้องฟังความทั้งฝ่ายโจทก์จำเลยอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่คิดล่วงหน้าไปว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด 2. ภาระการพิสูจน์ตกอยู่กับฝ่ายโจทก์ ในคดีอาญา โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิด จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้กระทำความผิด โจทก์มีภาระต้องพิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่าจำเลยกระทำความผิด หากพิสูจน์ไม่ได้ ศาลจะยกฟ้องปล่อยตัวจำเลย 3. หากมีข้อสงสัย จำเลยจะได้รับประโยชน์นั้น ในการตัดสินคดีแพ่งหรือคดีอื่น หากฝ่ายใดมีพยานหลักฐานโน้มน้าวให้ศาลเชื่อมากกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ศาลจะให้ฝ่ายนั้นเป็นผู้ชนะคดี แต่ในคดีอาญา แม้จำเลยไม่มีพยานหลักฐานใดๆ เลยที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน แต่โจทก์นำเสนอหลักฐานได้ไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะทำให้ศาลเชื่อว่าจำเลยกระทำความผิด ศาลจะยกฟ้องปล่อยตัวจำเลย เพราะจำเลยได้รับประโยชน์จากความสงสัย ***ปรึกษาปัญหากฎหมาย บริษัท เอกนิติอินเตอร์ลอว์ จำกัด โทร 081-8245999*** #เอกนิติอินเตอร์ลอว์ #AEKNITIINTERLAW #สาระกฎหมายน่ารู้
-

สว.อังคณา ไลฟ์ประหารชีวิตนักโทษยาเสพติด ขัดกับ พ.ร.บ. และ ซ้ำเติมความรุนแรง
‘สว.อังคณา’ ไล่ ‘สว.อะมัด’ ไปศึกษากฎหมายเพิ่ม หลังเสนอ ‘ไลฟ์ประหารชีวิตนักโทษยาเสพติด’ ชี้เป็นการผลิตซ้ำ-ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ชี้ ขัด พ.ร.บ.อุ้มหาย ลั่นประหารชีวิตไม่ได้ทำได้ง่ายๆ ต้องมีคำพิพากษา-พยานหลักฐาน ห่วงกลายเป็นเคสใส่ร้ายป้ายสี ฝากถึงนายกฯ ที่เคยพูดจะเด็ดขาด…
-

-

“สมคิด พุ่มพวง” หัวหมอ เรียนรู้พฤติกรรมจากทนาย เพื่อว่าความให้ตัวเอง ในระหว่างที่เขาติดคุก 14 ปี เขาเป็นทนายให้ตัวเองให้การต่อสู้คดีไม่ได้เชื่อใจใคร ตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ทุกคนคิดว่าเขาเป็นโรคจิต เป็นฆาตกรต่อเนื่อง แต่นายสมคิดรู้ว่าจะต้องประพฤติตัวอย่างไรให้เป็นนักโทษชั้นเยี่ยมได้ เขาฉลาด เขารู้เลยว่าหลักเกณฑ์ในการเป็นนักโทษชั้นเยี่ยมทำอย่างไรบ้าง จนเขาได้ลดโทษเหลือ 14 ปี โดยก่อนหน้านี้ไม่มีอาชีพอะไร แต่หลังจากติดคุก 14 ปี ออกมาแล้ว เขาไปหลอกชาวบ้านว่าเขาจะวิ่งเต้นคดีให้ เพราะคิดว่าเขามีอาชีพเป็นทนายความ
ปรึกษาปัญหากฎหมาย บริษัท เอกนิติอินเตอร์ลอว์ จำกัด โทร 081-8245999
