ข่าวสารน่ารู้

  • ลาออกอย่างไรให้ชอบด้วยกฎหมายแรงงาน

    ลาออกอย่างไรให้ชอบด้วยกฎหมายแรงงาน

    ถ้านายจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างเราเรียกกันว่า “การเลิกจ้าง” ลูกจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างเราเรียกว่า” การลาออก” ดังนั้น เมื่อทั้งสองพฤติการณ์เป็นการบอกเลิกสัญญาจ้างไม่ว่าการเลิกจ้างหรือการลาออก มีกฎหมายที่เข้ามาคุ้มครองแรงงาน มาตรา 17  ย่อๆว่าการบอกเลิกสัญญาจ้างให้อีกฝ่ายหนึ่งบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 งวด การจ่ายค่าจ้าง แต่ไม่ต้องบอกกล่าวกันล่วงหน้าเกิน 3 เดือน ต้องมาวิเคราะห์กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยเรื่อง ของการลาออกกันเสียก่อน พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานมาตรา 17  บัญญัติว่า “ สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้างโดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้า เมื่อพิจารณากฎหมายข้างต้นเห็นได้ว่า สัญญาจ้างแรงงานตามมาตรานี้จะมี สองแบบคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน  พ.ศ. 2541มาตรา 17 สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้างโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า           ในกรณีที่สัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา นายจ้างหรือลูกจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้างโดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใด เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็ได้ แต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกินสามเดือน ทั้งนี้ให้ถือว่าสัญญาจ้างทดลองงานเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาด้วย           การบอกเลิกสัญญาจ้างตามวรรคสอง นายจ้างอาจจ่ายค่าจ้างให้ตามจำนวนที่จะต้องจ่ายจนถึงเวลาเลิกสัญญาตามกำหนดที่บอกกล่าวและให้ลูกจ้างออกจากงานทันทีได้    

  • ผิดสัญญา คืออะไร

    ผิดสัญญา คืออะไร

    โดยความเข้าใจของคนทั่วไปและในทางกฎหมาย คือ การไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือฝ่าฝืนข้อตกลงที่ระบุในสัญญาเอาไว้ เช่น มีการระบุว่าจะต้องชำระเงินภายในวันนี้แต่ไม่ได้ชำระเงินมา การตกลงที่จะโอนกรรมสิทธิ์หากชำระเงินเรียบร้อย สัญญายืมโดยไม่มีค่าตอบแทนซึ่งผู้ยืมไม่ยอมคืนเงินหรือทรัพย์สินให้แก่ผู้ให้ยืม สัญญา โดยสัญญาที่ว่านั้นจะต้องเป็นสัญญาลายลักษณ์อักษร มีรายละเอียดของคู่สัญญา รายละเอียดที่ระบุภายใน รวมถึงระบุถึงวิธีระงับข้อพิพาท ซึ่งจะต้องเป็นสัญญาที่ได้มาด้วยความชอบธรรม ซึ่งการผิดสัญญานั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งสัญญาต่างตอบแทนและไม่ต่างตอบแทนหรือสัญญามีค่าตอบแทนและสัญญาไม่มีค่าตอบแทนโดยการผิดสัญญานับว่ามีความหมายกว้างๆ อาจเกี่ยวข้องกับการชำระเงินหรือไม่ชำระเงินก็ได้…

  • 20 กุมภาพันธ์ “วันทนายความ”

    20 กุมภาพันธ์ “วันทนายความ”

    มีความเป็นมายาวนานตั้งแต่อดีต เริ่มจากในปี พ.ศ. 2500 ทนายความทั้งรุ่นอาวุโสและรุ่นหนุ่มสาวในขณะนั้นมีแนวความคิดริเริ่มต้องการให้วิชาชีพ ทนายความ ควรมีสถาบันที่เป็นตัวแทนของวิชาชีพทนายความ และเป็นอิสระควบคุมดูแลกันเอง�จึงได้ประชุมกันก่อตั้งสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยขึ้น โดยจดทะเบียนก่อตั้ง เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2500�ต่อมา สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยได้ร่วมกันใช้ความเพียรพยายามเรียกร้องและผลักดันร่างกฎหมาย พระราชบัญญัติทนายความเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร�จนกระทั่งเมื่อปี…

  • ทำอย่างไร ? .. เมื่อได้รับ”หมายศาล”

    ทำอย่างไร ? .. เมื่อได้รับ”หมายศาล”

    คดีแพ่งได้รับ 2 อย่าง คือ หมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง คดีแพ่งสามัญติดต่อทนายยื่นคำให้การภายใน 15 วันรับหมายโดยวิธีการปิดหมายเวลายื่นคือภายใน 30 วันคดีประเภท คดีมโนสาเร่ไกล่เกลี่ย ยื่นคำให้การ หรือสืบพยานในวันที่ศาลนัดควรไปศาลทุกนัดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของท่านเอง คดีอาญากรณีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ไม่มีการไต่สวนมูลฟ้อง เมื่อศาลประทับฟ้องแล้วท่านตกเป็นจำเลยทันที…

  • “การล้มกีฬา”โดยให้นิยามความหมายว่า “การเข้าแข่งขันกีฬาอาชีพโดยแสร้งแพ้ หรือโดยกระทำการหรือไม่กระทำการแข่งขันกีฬาอาชีพโดยมีเจตนาทุจริต และให้หมายรวมถึงการเข้าแข่งขัน กีฬาอาชีพโดยสมยอมกันเพื่อให้ผลการแข่งขันเป็นไปตามที่กำหนดไว้เป็นการล่วงหน้า”โดยกำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนเป็นโทษอาญา ดังนี้

    “การล้มกีฬา”โดยให้นิยามความหมายว่า “การเข้าแข่งขันกีฬาอาชีพโดยแสร้งแพ้ หรือโดยกระทำการหรือไม่กระทำการแข่งขันกีฬาอาชีพโดยมีเจตนาทุจริต และให้หมายรวมถึงการเข้าแข่งขัน กีฬาอาชีพโดยสมยอมกันเพื่อให้ผลการแข่งขันเป็นไปตามที่กำหนดไว้เป็นการล่วงหน้า”โดยกำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนเป็นโทษอาญา ดังนี้

    มาตรา 64ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับ ว่าจะให้ทรัพซ่เงินหรือประโยรปชื่นใดแก่นักที่ฬาอาชีพหรือผู้อื่น เพื่อจูงใจให้นักกีฬาอาชีพกระทำการล้มกีฬาต้องระวางโกษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 65ผู้ใดเรียก รับ…

  • พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

    พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

    จะมี 4 หลักการจัดซื้อจัดจ้าง 1 คุ้มค่าพัสดุ-ต้องมีคุณภาพตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งาน-มีราคาเหมาะสม-มีแผนบริหารพัสดุที่ชัดเจนเหมาะสม 2 โปร่งใส-เปิดเผยได้ทุกขั้นตอน -แข่งขันอย่างเป็นธรรม-เท่าเทียมกัน-หลักฐานชัดเจน-ระยะเวลาเหมาะสมกับการยื่นข้อเสนอ 3 มีประสิทธิภาพ -มีการวางแผนล่วงหน้า+ประสิทธิผล-มีการกำหนดเวลาที่เหมาะสม-มีการประเมิน -เปิดเผยผลการจัดซื้อจัดจ้าง 4 ตรวจสอบได้เก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ ปรึกษาปัญหากฎหมาย…

  • คล้ายแต่ไม่เหมือนกัน 3 กฎหมายการแข่งขันทางการค้า(competitionlaw)กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค(consumerprotectionlaw)และกฎหมายราคาสินค้าและบริการต่างก็มีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป

    คล้ายแต่ไม่เหมือนกัน 3 กฎหมายการแข่งขันทางการค้า(competitionlaw)กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค(consumerprotectionlaw)และกฎหมายราคาสินค้าและบริการต่างก็มีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป

    กฎหมายการแข่งขันทางการค้า วัตถุประสงค์ คุ้มครองกระบวนการแข่งขันในตลาดให้มีการประกอบธุรกิจแข่นขัน อย่างเสรีและเป็นธรรม (free andfair competition) ก่อให้เกิดผล ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวมหน่วยงานกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการ การแข่งขันทางการค้า กฎหมายราคาสินค้าและบริการ วัตถุประสงค์ กำกับดูแลราคาสินค้าหรือบริการ ที่สูงหรือต่ำเกินสมควร รวมทั้งการกำกับดูแลการกักตุนสินค้า หน่วยงานกำกับดูแลกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค วัตถุประสงค์ คุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค (consumer rights) ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการบริโภค…

  • นายกฯ-รมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งห้ามออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน 1 ปี เริ่ม 14 ก.พ. 68 เพื่อควบคุมความปลอดภัยสาธารณะ ลดความรุนแรงรัฐบาลออกคำสั่งห้ามออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนเป็นการชั่วคราว เพื่อควบคุมสถานการณ์ความรุนแรงและรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม โดยมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 1 ปี

    นายกฯ-รมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งห้ามออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน 1 ปี เริ่ม 14 ก.พ. 68 เพื่อควบคุมความปลอดภัยสาธารณะ ลดความรุนแรงรัฐบาลออกคำสั่งห้ามออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนเป็นการชั่วคราว เพื่อควบคุมสถานการณ์ความรุนแรงและรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม โดยมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 1 ปี

    เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 ห้ามการออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว (แบบ ป.12)คำสั่งดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป…

  • สิทธิ “การลา” ตามกฎหมายแรงงานประเทศไทย

    สิทธิ “การลา” ตามกฎหมายแรงงานประเทศไทย

    ลาป่วย ลูกจ้าง ลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง การลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไปนายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองของแพทย์หรือของสถานพยาบาลของทางราชการได้ หากลูกจ้างไม่อาจแสดงได้ให้ลูกจ้างชี้แจงให้นายจ้างทราบ วันที่ลูกจ้างไม่อาจทำงานได้เนื่องจากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยซึ่งเกิดจาก การทำงาน ส่วนวันลาเพื่อคลอดบุตรไม่ถือเป็นวันลาป่วย  การลาป่วยลูกจ้างจะได้รับค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานปกติตลอดระยะเวลาที่ลาแต่ไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี ซึ่งการลาป่วยตั้งแต่วันที่ 31 เป็นต้นไปลูกจ้างจะไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้าง  ลาคลอด พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 41 ประกอบมาตรา 59 กำหนดให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์สามารถลาคลอดบุตรได้ครรภ์หนึ่งไม่เกิน 98 วันโดยให้นับรวมวันหยุดที่มีในระหว่างวันลา  สิทธิการลาคลอดนี้พนักงานสามารถที่จะลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดบุตร การคลอดบุตรและพักฟื้นหลังคลอดบุตร โดยพนักงานจะได้รับค่าจ้างจากองค์กรไม่เกิน 45 วัน ลาเพื่อทำหมัน ลูกจ้าง มีสิทธิ์ลาเพื่อทำหมันได้และมีสิทธิ์ลาเนื่องจากการทำหมันตามระยะเวลาที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งกำหนด และออกใบรับรองให้โดยลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างในวันลานั้นด้วย ลากิจ ลูกจ้างมีสิทธิ์ลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ซึ่งตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 34 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ปีละไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลากิจเพื่อกิจธุระอันจำเป็น เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกิน 3 วันทำงาน เนื่องจากการลากิจธุระอันจำเป็น เป็นสิทธิพื้นฐานที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดสิทธิให้ลูกจ้างทุกประเภทมีสิทธิลากิจได้ แม้จะเป็นลูกจ้างทดลองงาน ลูกจ้างรายวันและลูกจ้างประเภทอื่น ย่อมได้รับความคุ้มครองตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งกรณีพนักโรงแรมแห่งหนึ่งที่ไม่สามารถลาไปดูใจแม่ที่ป่วยและเสียชีวิตในเวลาต่อมานั้น เข้าข่ายของการลากิจ ตามที่กระทรวแรงงานออกมาชี้แจงพร้อมเร่งสอบข้อเท็จจริงจากนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนทางนายจ้างให้ข้อมูลล่าสุดว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง…

  • ความรู้พกพาอาวุธปืนพกปืนไม่ผิดกฎหมาย มีหลักเกณฑ์ 3 ประการ

    ความรู้พกพาอาวุธปืนพกปืนไม่ผิดกฎหมาย มีหลักเกณฑ์ 3 ประการ

    1ต้องเป็นอาวุธปืนของตน ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ได้ตามกฎหมาย 2มีใบพกพาทั่วราชอาณาจักร หรือในเขตจังหวัด 3มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ กรณีที่ใช้ปืนได้ไม่ผิดกดหมาย 1 ป้องกันตัวหรือทรัพย์สิน 2 การกีฬา 3 การยิงสัตว์ โทษของการพกปืนมีความผิดมีดังนี้ 1 พกปืนเถื่อน…

en_USEN